เจาะลึกความต่าง: VR Virtual Tour 360 vs. Google My Business 360 แบบไหนคือคำตอบที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ ?

ตลอดช่วง 5 ปีที่ทาง takealook360 ให้บริการงานถ่ายภาพ 360 องศากับลูกค้าไปแล้วนับร้อยราย ได้รับคำถามจากลูกค้าหลายครั้งเกี่ยวกับการนำภาพ 360 ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในช่วงหลังที่ภาพ 360 เริ่มเข้ามามีส่วนช่วยด้านการเป็น Sale Material ของธุรกิจที่หลากหลายประเภทมากยิ่งขึ้น จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ — สู่ธุรกิจโรงแรม, โรงเรียน หรือแม้กระทั่ง Logistics

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัว เทคโนโลยีภาพ 360 องศา จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อคุณสนใจจะทำภาพ 360 องศา มักจะมีคำถามยอดฮิตที่ว่า “ควรทำเป็นระบบ VR Virtual Tour เพื่อแสดงบนเว็บไซต์ หรือควรนำภาพขึ้นแสดงบน Google My Business ?”

แม้ทั้งสองอย่างจะใช้พื้นฐานจาก “ภาพถ่าย 360 องศา” เหมือนกัน แต่ในมุมของ Takealook360 เราพบว่า “วัตถุประสงค์และการทำงานนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง” บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด เพื่อให้คุณเลือกเครื่องมือที่คุ้มค่าและตรงโจทย์ธุรกิจของคุณมากที่สุดครับ


1. VR Virtual Tour 360 (HTML + JavaScript)

“ที่สุดของประสบการณ์เสมือนจริง ปรับแต่งได้ไร้ขีดจำกัด เพื่อปิดการขายโดยเฉพาะ”

บริการนี้คือที่สุดของการนำเสนอภาพ 360 สำหรับทีม takealook360 ซึ่งสามารถ Custom ปุ่มกด / ลำดับการแสดงผล / สีสัน / Graphic / ตัวเลือกต่าง ๆ ได้ตรงใจ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ นี่คือการสร้าง Application หรือ Web360 ซึ่งจำลองสถานที่ของคุณขึ้นมา โดยใช้ HTML และ JavaScript ทำให้สามารถทำงานได้ไหลลื่นบนทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ได้แบบ Reponsive (ปรับเปลี่ยนการแสดงผลตามแต่ละอุปกรณ์) โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปฯ เพิ่มเติม

NIST Interface VR Virtual tour 360
ภาพ: ตัวอย่าง VR Virtual Tour (HTML + JavaScript) ของโรงเรียน NIST International School ซึ่งใช้ความสามารถของการ Customize User Interface เพื่อให้สื่อสารรายละเอียดของสถานที่ได้ผ่านเว็บไซด์ของโรงเรียน

Link ตัวอย่าง Virtual tour โรงเรียน NIST International School

จุดเด่นสำคัญคือ “ความยืดหยุ่น” ที่ Google My Business ให้ไม่ได้ ที่ Takealook360 เราสามารถเขียน Interface เพื่อกำหนดรูปแบบการแสดงผลให้เป็นไปตาม Corporate Identity ของแบรนด์คุณ

Feature สำคัญที่ทำให้ takealook360 แตกต่าง

1. Customize User Interface (Design ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์)

  • Menu: สร้างเมนูแถบด้านข้าง ให้ใช้งานง่ายเหมือนเข้าเว็บไซต์ มีการจัดหมวดหมู่โซนต่างๆ อย่างชัดเจน
  • Quick Navigation: การสร้างปุ่ม Navigation สำหรับ Tour ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อช่วยในการเข้าถึงพื้นที่บริเวณต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  • Theme & Branding: ปรับเปลี่ยนสีปุ่ม ฟอนต์ตัวอักษร และโลโก้ของบริษัทคุณลงไป ให้ความรู้สึกพรีเมียมและเป็นมืออาชีพ
  • Layout Plan: ระบบ Floor Plan หรือแผนผังอาคาร ที่มีเรดาร์บอกตำแหน่งปัจจุบันและทิศทางที่กำลังมองอยู่ ช่วยให้ผู้ใช้งานไม่หลงทางและเข้าใจเลย์เอาต์ของสถานที่ได้ทันที
  • Description: ใส่คำบรรยายสถานที่ซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่รับชม ช่วยเพิ่มความเข้าใจให้ User ขณะใช้งาน

2. Interactive Tag Information (ข้อมูลที่ดีเสมือนพนักงานขายที่ทำงานออนไลน์ตลอด 24 ชม.)

บริการของเราสามารถฝังปุ่มแสดงข้อมูลเพิ่มเติม (Tag information) ลงในจุดสำคัญของภาพ 360 ได้:

  • ข้อมูลสินค้า: เมื่อคลิกที่ตัวสินค้า จะมี Pop-up เด้งขึ้นมาแสดงภาพขยาย รายละเอียดสเปก และราคา
  • Rich Media: รองรับการแทรกรูปภาพ / วิดีโอจาก YouTube / หรือไฟล์ PDF โบรชัวร์

3. Ownership (ให้คุณเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง)

การสร้าง Virtual tour รูปแบบดังกล่าวสามารถส่งมอบ Source file (HTML + JavaScript) ให้ลูกค้าเพื่อนำไปอัปโหลดขึ้น Web Server ของลูกค้าได้เอง หรือจะใช้ VR Hosting ของ takealook360 ก็ได้ ข้อดีคือคุณมีสิทธิ์ในการจัดการข้อมูล 100% ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของแพลตฟอร์มภายนอก และยังสามารถนำไปรันแบบ Offline (Kiosk) ในงานออก Event ได้อีกด้วย

ภาพ: ตัวอย่างการปรับแต่ง User Interface ให้เหมาะสมกับรูปแบบการนำเสนอสินค้าและบริการของแต่ละประเภทธุรกิจ

บริการนี้เหมาะกับใคร?

  • โครงการอสังหาริมทรัพย์ / คอนโด / หมู่บ้าน: ลูกค้าดูห้องตัวอย่างได้ละเอียด พร้อมข้อมูลที่ครบถ้วน
  • โรงงานอุตสาหกรรม / ไลน์การผลิต: ใช้พรีเซนต์ศักยภาพโรงงานให้คู่ค้าต่างประเทศดู พร้อมฟังก์ชั่น Tag Information ที่ช่วยอธิบายข้อมูลเพิ่มเติม
  • โรงเรียนนานาชาติ / มหาวิทยาลัย: ผู้ปกครองเยี่ยมชม Facilities และสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงเรียนได้โดยไม่ต้องเดินทาง
  • Showroom เฟอร์นิเจอร์: ซึ่งสามารถคลิกดูรายละเอียดสินค้า เพิ่มความมั่นใจก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ
  • อาคารสำนักงาน: คลิกเลือกชั้น คลิกเลือกชม Facilities และ Surrounding location ได้ง่ายผ่าน Quick Navigation

สำหรับลูกค้าที่กำลังสนใจบริการ VR Virtual tour สามารถคลิกดูรายละเอียดของบริการได้ที่ Link นี้


2. Google My Business 360

“เน้นการค้นหา เพิ่มตัวตนบนแผนที่ ดึงดูดลูกค้าใหม่ (Traffic & Visibility)”

บริการนี้ (เดิมทีหลายคนคุ้นเคยในชื่อ Google Street View) คือการนำภาพ 360 องศา ไปเชื่อมต่อและอัปโหลดขึ้นบนระบบหมุดสถานที่ของ Google Maps หรือที่เรียกกันว่า Google My Business

เป้าหมายหลักของบริการนี้ไม่ใช่เรื่องของลูกเล่นหรือดีไซน์ แต่เป็นเรื่องของ “การถูกค้นหา” ตัวอย่างเช่น เมื่อมีผู้ค้นหาคำว่า “ร้านกาแฟใกล้ฉัน” หรือชื่อร้านของคุณ ภาพ 360 จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าร้านนี้มีตัวตนจริง บรรยากาศน่านั่งและเชื่อถือได้ อีกทั้งให้ข้อมูลสถานที่ของคุณได้มากกว่าภาพนิ่งธรรมดา เช่น สื่อสารถึงความสวยงาม บริการที่นั่ง ปลั๊กไฟ ความพร้อมเรื่องที่จอดรถ เป็นต้น

Solaria Google Interface ถ่าย VR Virtual tour 360 ถ่าย
ภาพ: ตัวอย่างการแสดงผลของ Google My Business 360 ของโรงแรม Solaria Nishitetsu Hotel Bangkok

Link ตัวอย่าง Google My Business ของโรงแรม Solaria Nishitetsu Hotel Bangkok

ข้อดีและผลลัพธ์ที่ได้:

  • เพิ่ม Local SEO: Google Maps และ Google Search จะให้คะแนนความน่าเชื่อถือกับธุรกิจที่มีข้อมูลครบถ้วน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีภาพ 360 องศาคุณภาพสูง มักจะมีโอกาสถูกแสดงผลในอันดับต้นๆ ของการค้นหามากกว่าคู่แข่ง
  • Traffic มหาศาล: รองรับผู้ใช้งานนับพันล้านคนที่ใช้ Google Maps ในชีวิตประจำวัน เป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดในการพาลูกค้าใหม่ (New User) เข้ามารู้จักร้าน
  • Seamless Experience: ผู้ใช้งานคุ้นเคยกับ Interface ของ Google Street View อยู่แล้ว ทำให้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้ใหม่

ข้อจำกัดที่ควรรู้:

  • ปรับแต่งไม่ได้: หน้าตาปุ่มกด ลูกศรนำทาง จะเป็นมาตรฐานของ Google ทั้งหมด ไม่สามารถเปลี่ยนสี หรือใส่โลโก้ทับลงไปได้
  • ใส่ข้อมูลเชิงลึกไม่ได้: ไม่สามารถคลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือกดเล่นวิดีโอได้ ทำได้เพียงเดินชมบรรยากาศเท่านั้น
  • Third-Party Platform: ไฟล์ภาพอยู่บน Server ของ Google เราไม่สามารถควบคุมทิศทางการเชื่อมต่อภาพได้ 100% (บางครั้งระบบของ Google อาจจะจับเชื่อมโยงภาพผิดพลาด หรือแสดงป้ายเลือกระดับ Level ผิดพลาดบ้าง)

บริการนี้เหมาะกับใคร?

  • ร้านอาหาร / คาเฟ่ / บาร์: โชว์บรรยากาศร้าน, แสดงจำนวนที่นั่ง, ดีไซน์ และความสะดวกในการนั่งทำงาน
  • โรงแรม / รีสอร์ท: ให้ลูกค้าเลือกชมห้องพักแบบต่างๆ ก่อนตัดสินใจจอง ซึ่งสามารถคลิกชมและเชื่อมต่อกับเว็บไซด์ OTA ได้อย่างรวดเร็ว
  • คลินิก / สปา: สร้างความมั่นใจเรื่องความสะอาดและความน่าเชื่อถือของสถานที่

สำหรับลูกค้าที่กำลังสนใจบริการ Google My Business สามารถคลิกดูรายละเอียดของบริการได้ที่ Link นี้


สรุปเปรียบเทียบความแตกต่าง VR Virtual Tour 360 Google My Business

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เราสรุปความแตกต่างมาให้ดังนี้ครับ:

หัวข้อเปรียบเทียบVR Virtual Tour 360 (HTML+JS)Google My Business 360
วัตถุประสงค์หลัก (Objective)สร้างประสบการณ์ใช้งาน สำหรับสถานที่ที่มีขนาดใหญ่ / มีความซับซ้อน / และต้องการสื่อสารเรื่อง Brandingการค้นหาในรูปแบบ Local SEO / การมองเห็นผ่าน Google Maps
การใช้งาน (Platform)ใช้งานบนเว็บไซด์ของ Brandใช้งานบน Google Maps
User Interfaceปรับแต่งได้อย่างอิสระไม่สามารถปรับแต่งได้
Interactive featureแสดงรูปภาพ / Video / Web / PDF เพิ่มเติมไม่สามารถทำได้
ความเป็นเจ้าของ (Ownership)เป็น Asset ของ BrandGoogle เป็นเจ้าของ
การเข้าถึง (Access)ลูกค้าต้องใช้งานผ่านเว็บไซด์เท่านั้นลูกค้าสามารถค้นหาเจอได้อย่าง Organic

คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ

ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญในวงการการสร้างภาพ VR มากว่า 5 ปี เราแนะนำให้ลูกค้าเลือกใช้ตามรูปแบบของธุรกิจและความต้องการในการสื่อสาร เช่น หากธุรกิจของคุณคือบริการสร้าง Warehouse (ซึ่งไม่อิงกับสถานที่ สามารถนำไปสร้างที่ใดก็ได้) Warehouse ของคุณเหมาะกับการทำ Virtual tour (HTML + JavaScript) เนื่องจากมีความ Flexible มากกว่า / ตอบสนองดีกว่า / และสามารถสื่อสารเรื่อง Branding ได้อย่างมืออาชีพ

แต่หากธุรกิจของคุณคือ ร้านกาแฟ ที่เหมาะกับการนั่งทำงาน และมีบริการให้เช่าห้องประชุม คุณอาจเหมาะกับ Google My Business 360 ที่รองรับการค้นหาผ่าน Google Maps และช่วยเรื่อง Local SEO

แต่ก็มีบางธุรกิจ เช่น โรงแรม รีสอร์ท ที่สถานที่มีขนาดใหญ่ มี Facility ที่หลากหลาย จำเป็นต้องสื่อสารผ่าน User Interface ที่มีความซับซ้อน สามารถคลิกเลือกชมจุดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกับก็ต้องรองรับการค้นหาในรูปแบบ Local SEO

ในกรณีเช่นนี้ Takealook360 มีมุมมองว่า.. คำตอบที่ดีที่สุดควรเป็น “การทำควบคู่กัน” เนื่องจากทั้งสองเครื่องมือทำหน้าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน:

  1. ใช้ Google My Business เป็น “ประตูหน้าบ้าน”: คอยต้อนรับลูกค้าขาจรที่ค้นหาผ่าน Google Maps ให้เขาสนใจและกดเข้ามาดูข้อมูลต่อ
  2. ใช้ VR Tour 360 เป็น “พนักงานขายมือโปร”: เมื่อลูกค้ากดเข้ามาที่เว็บไซต์ ให้เขาได้สัมผัสประสบการณ์เต็มรูปแบบ ได้ดูข้อมูลสินค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือ และถูกกระตุ้นให้เกิดการจองผ่านเว็บไซด์

ภาพ: ตัวอย่างการใช้งานควบคู่กันระหว่าง Google My Business และ VR Virtual tour

การลงทุนกับภาพลักษณ์สถานที่ คือการลงทุนที่คุ้มค่าและใช้งานได้ในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะเลือกบริการรูปแบบไหน Takealook360 พร้อมดูแลด้วยทีมงานมืออาชีพและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ธุรกิจคุณที่สุด

สนใจบริการของเรา สามารถติดต่อเข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Link นี้